สมัครไฮโลออนไลน์ อุราวะ เร้ดส์ – จากทีมบริษัทไฟฟ้า สู่แชมป์เอเชีย 2 สมัย

Image result for อุราวะ เร้ดส์ - จากทีมบริษัทไฟฟ้า สู่แชมป์เอเชีย 2 สมัย

สมาชิกทีมสำคัญของเจลีกยุคก่อตั้ง เราจะพาไปย้อนดูประวัติความเป็นมาของสโมสรดีกรีแชมป์เอเชีย 2 สมัย

สมัครไฮโลออนไลน์ อุราวะ เร้ดส์ หรือในชื่อเริ่มต้นคือ “มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ซอคเกอร์ คลับ” ก่อตั้งขึ้นในปี 1950 โดยพวกเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของยุคก่อตั้งเจลีกรูปแบบเก่า (Japan Soccer League – JSL) ในปี 1965 ร่วมกับทีมจากก่อตั้งมาในรูปแบบบริษัทเหมือนกันอย่าง ฟุรุคาวะ เดนโกะ (เจฟ ยูไนเต็ด จิบะ) รวมถึง ฮิตาชิ (คาชิวา เรย์โซล)

ต่อมาปี 1990 สโมสรเปลี่ยนชื่อเป็น “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ซอคเกอร์ คลับ ก่อนที่ในปี 1993 พวกเขาจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของยุคก่อตั้งเจลีก แต่ในช่วงแรกคนส่วนใหญ่มักจะติดภาพของ เรดส์ จากทีมที่มีผลงานย่ำแย่และสนามที่ร้างผู้คน

แม้การเข้ามาของผู้เล่นชั้นนำจากเยอรมันในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 จะทำให้ยอดทีมจากเมืองไซตามะมีผลงานดีขึ้น แต่ในปี 1999 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการนำระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้นมาใช้ พวกเขาก็ต้องมีอันร่วงหล่นไปเล่นในเจลีกดิวิขั่น 2 อย่างเจ็บปวด

โดยก่อนลงเล่นนัดสุดท้าย เรดส์ต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้ภายใน 90 นาทีเพื่อรักษาสถานะในลีกสูงสุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ แม้พวกเขาจะยิง “โกลเด้นโกล” ได้ในช่วงต่อเวลา แต่สองแต้มที่ได้มาก็ไม่เพียงพอสำหรับการอยู่รอดบนเจวัน

ทว่าการตกชั้นในครั้งนั้นก็ทำให้เรดส์ยุคใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น จากการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมของแฟนบอล ทำให้พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวในการกลับขึ้นมาบนเจลีกดิวิชั่น 1 ไซตามะ สเตเดียม ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเช่นเคย จนในที่สุดแฟนบอลของเรดส์ก็ได้เฮเมื่อทีมรักของพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ นาบิสโก คัพ ในปี 2003 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแชมป์แรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ปี 2005-2007 พวกเขาสามารถคว้าแชมป์มาได้ถึง 5 รายการจาก เอมเพอเรอร์ คัพ 2 สมัย, เจลีก 1 สมัย, ซีรอกซ์ ซุปเปอร์ คัพ 1 สมัย และเอเอฟซี แชมเปียนลีกส์อันทรงเกียรติอีก 1 สมัย หลังจากนั้นพวกเขายังมีโอกาสได้วัดฝีเท้ากับยอดทีมจากยุโรปอย่าง เอซี มิลาน ในรอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ก่อนจะพ่ายไปอย่างเฉียดฉิว 0-1

แม้หลังจากนั้นพวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ใดได้เลย แต่ อุราวะ เรดส์ ก็ยังเป็นทีมที่มีคนชื่นชอบมากที่สุดในญี่ปุ่น จากจำนวนผู้ชมอันล้นหลามทั้งตอนเล่นในบ้านและออกไปเป็นทีมเยือน ในปี 2008 เรดส์มีผู้ชมเฉลี่ยมากถึงกว่า 47,000 คนต่อนัด ซึ่งจากความนิยมในสโมสรและชุดแข่งที่เป็นสีแดงทำให้เรดส์เป็นที่รู้จักกันในนาม “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแห่งเอเชีย”

กระทั่งในปี 2016 ก็กลับมาประสบความสำเร็จในรูปแบบของถ้วยรางวัลอีกครั้ง ด้วยการเอาชนะ กัมบะ โอซาก้า ไปในช่วงดวลจุดโทษ 5-4 หลังเสมอกันใน 120 นาที 1-1 คว้าแชมป์ลูวานคัพไปครอง และถือเป็นการกลับมาได้แชมป์รายการนี้อีกครั้งในรอบ 13 ปีอีกด้วย แม้ว่าจะต้องพลาดหวังพ่ายแพ้ให้แก่ คาชิมา อันท์เลอร์ส จนได้เพียงแค่รองแชมป์ J1 ก็ตาม

ต่อมาในปี 2017 หลังจากทำผลงานใน J1 ได้ไม่สู้ดีนัก จนกระทั่งหลังจบเกมพ่ายคาถิ่นต่อคอนซาโดเล ซัปโปโร 0-2 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม สโมสรก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการปลด มิไฮโล เปโตรวิช กุนซือชาวเซอร์เบียผู้อยู่คุมทีมมาตั้งแต่ปี 2012 ออกจากตำแหน่ง ด้วยผลงานช่วงนั้นที่ย่ำแย่ต่อเนื่องชนะเพียง 2 แพ้ 6 จาก 8 เกม ตกไปอยู่อันดับที่ 8 ของตารางคะแนน

ก่อนตัดสินใจดัน ทาคาฟุมิ โฮริ ผู้ช่วยโค้ชที่เคยรับงานแบบขัตตาทัพช่วงปี 2011 มาแล้วขึ้นมารับตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2

การคัมแบ็คของ โฮริ แม้ว่าจะทำได้แค่ประคองตัวอยู่ในกลุ่มกลางตารางของ J1 เท่านั้น ทว่าผลงานในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิ้ง เมื่อพวกเขาทำสถิติชนะรวด 100% กับการเล่นในไซตามะ สเตเดี้ยม รังเหย้าของตัวเองในรายการนี้ จนสามารถฝ่าฟันเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยมีคู่แข่งเป็นทีมแกร่งแห่งซาอุดิอาระเบียอย่าง อัล ฮิลาล