สมัคร MAXBET ถอดรหัสปรัชญาลูกหนัง “จุ๊ปป์ ไฮย์เกส”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ถอดรหัสปรัชญาลูกหนัง "จุ๊ปป์ ไฮย์เกส"

บทสัมภาษณ์ Exclusive กุนซือรุ่นปู่ผู้เคยเป็นดาวรุ่งอายุน้อยที่สุดในวงการ เจาะแนวทางทำทีมของกุนซือจอมเก๋าตั้งแต่เมื่อ 39 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน

สมัคร MAXBET ไฮย์เกส มีการพูดถึงโค้ชหนุ่มๆ หลายคนในเวลานี้ แต่เมื่อปี 1979 ด้วยวัย 34 ปี คุณเคยเป็นโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในบุนเดสลีกา ตอนคุมทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ตอนนั้นคุณเป็นอย่างไรบ้าง?

ผมเป็นนักเตะอยู่จนกระทั่งปี 1978 และทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชให้ Udo Lattek หลังจากนั้น แล้วผู้จัดการทีมของเรา Helmut Grashoff ก็มาถามผมว่า ผมกล้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชรึเปล่า ผมเป็นคนไม่ค่อยกังวลอะไรอยู่เลย ผมก็เลยตอบไปว่าแน่นอน ผมกล้าทำ ถึงแม้ว่าเมื่อมองย้อนกลับมา ผมจะรู้ดีว่าผมยังมีอีกหลายอย่างให้ต้องเรียนรู้ก็ตาม
อย่างแรกเลย ในฐานะนักเตะ ผมไม่ได้เพียงแค่เป็นนักเตะที่มุ่งมั่นและมีความทะเยอะทะยานเท่านั้น ผมยังรู้จักที่จะควบคุมความทะเยอทะยานของตัวเองด้วย ผมถูกสอนมาโดย Hennes Weisweiler อดีตเฮดโค้ชของเรา ว่าเขามีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ได้อย่างย่อยยับ นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้เกี่ยวกับฟุตบอล คุณต้องเคารพความพ่ายแพ้ แต่คุณต้องห้ามยอมรับความพ่ายแพ้ คุณต้องเตรียมพร้อมที่จะสรุปบทเรียนจากความพ่ายแพ้ วิเคราะห์มัน และทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเสมอๆ แต่มันก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก เรื่องทั่วๆ ไปที่คุณต้องเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้น อย่างเช่นการเป็นผู้นำทีม การรับมือกับผู้คน โชคดีที่ผมอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างดีอยู่แล้วเพราะเป็นสมาชิกในทีมและเป็นผู้นำอยู

ผมยกตัวอย่างให้ฟังได้ง่ายๆ นะ ตอนที่ผมเป็นเฮดโค้ช ก็มีนักเตะบางคนที่เคยเล่นกับผมมาก่อน แน่นอนว่าพวกเขาเคยใช้สรรพนามแทนตัวผมว่า “นาย” แล้วพอผมกลายเป็นเฮดโค้ช นักเตะพวกนี้ก็อยากจะเรียกผมว่า “คุณ” ผมก็เลยพูดออกไปว่า “พวกนายบ้าไปแล้ว เรียกนายเหมือนเดิมนั่นแหละ” แต่คุณก็จะเห็นได้ว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมให้ความเคารพผมแค่ไหน มันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเป็นโค้ชมืออาชีพ คุณต้องรักษาระยะห่างกับพวกนักเตะ แต่ก็ต้องสนิทกับพวกเขาไปด้วยในขณะเดียวกัน ผมคิดว่าผมจัดการเรื่องนี้ได้ดีมากเสมอมา

คุณต้องรับมือกับเรื่องแบบนี้ตั้งแต่ยังอายุน้อย เป็นอย่างไรบ้าง?

เราได้อันดับ 7 ในตาราง และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของยูฟ่า คัพ ในปีแรก ตอนนั้นเราได้รับคำชมมากมาย มันก็ชัดเจนนะ อย่างไรก็ดี เสียงวิจารณ์ที่ตามมาหลังเกมก็เป็นเรื่องปกติเหมือนอย่างทุกวันนี้แหละ แต่ผมไม่เคยปล่อยให้ตัวเองสับสนไปกับเรื่องนี้ ตั้งแต่ตอนเป็นนักเตะแล้ว จิตใจที่เข้มแข็งเป็นจุดแข็งของผม นอกเหนือไปจากเรื่องฟุตบอล มันช่วยผมได้มากกับอาชีพโค้ช ผมมีไอเดียที่ชัดเจนเสมอว่าผมอยากทำอะไรในงานของผม แต่ผมก็พร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นๆ ด้วย แม้กระทั่งทุกวันนี้ ผมก็จะเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ประกอบขึ้นมาเป็นผลงานของผมได้

การเป็นโค้ชอายุน้อยยากขึ้นกว่าเดิมไหมในทุกวันนี้?

อย่างแรกเลย พวกโค้ชหนุ่มๆ เตรียมตัวกันได้ดีกว่าเดิมในทุกวันนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น ผมก็แค่ได้ทำงานกับโค้ชที่ยอดเยี่ยมมา 1 ปีเต็ม ผมได้เรียนรู้จากเขา อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้มีหลายครั้งที่พวกโค้ชหนุ่มๆ มาจากการทำงานในระดับเยาวชน หรือในทีม U23 แล้วได้รับประสบการณ์ตรงนั้น มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกโค้ชหนุ่มๆ ที่จะได้เรียนรู้วิธีการแสดงออกอย่างถูกต้อง รู้วิธีการพูดคุยกับทีม รวมถึงรู้วิธีการทำงานในสนามซ้อม

มันช่วยให้คุณมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นรึเปล่าในอดีตที่ผ่านมา?

แน่นอน ถ้าคุณเป็นมืออาชีพชั้นนำที่ทำงานอยู่ในระดับสูง มันก็จะต้องมีสถานการณ์ที่ต้องเจอเป็นร้อยเป็นพันอย่าง มันทำให้คุณตอบสนองได้อย่างเหมาะสม นั่นเป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่มาก อย่างไรก็ดี การเป็นโค้ชหนุ่มในทุกวันนี้ไม่ได้ง่ายนัก ผมต้องพูดตรงๆ นะ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการรับมือกับสถานการณ์ของสื่อเลย แค่ต้องจัดการกับความคาดหวังที่สูงลิ่วของสโมสรก็ไม่ง่ายแล้ว โค้ชหนุ่มๆ ควรต้องได้รับโอกาสให้ผิดพลาดได้ พวกเขาควรจะมีโอกาสได้พูดบางอย่างที่พอกลับมาคิดทีหลังแล้วอาจจะคิดว่าไม่พูดดีกว่า เพราะพวกเราทุกคนก็เคยทำแบบนั้นมาก่อนแล้ว

คุณได้เรียนรู้จากใครบ้าง นอกจาก Hennes Weisweiler?

ก็อย่างเช่น Ernst Happel เขาเป็นโค้ชที่มีชื่อเสียงและคุมทีมฮัมบูร์กได้อย่างทันสมัยมาก เขาใช้แผงแบ็คโฟร์ มีกับดักล้ำหน้า มีเกมเพรสซิง ดันกองหลังขึ้นสูง และมีรูปแบบเกมรุกที่ค่อนข้างทันสมัย ผมดูเกมของเขา วิเคราะห์เกมของเขา แล้วสร้างรูปแบบของตัวเองขึ้นมา นอกจากนี้ก็ยังมี อาร์ริโก้ ซาคคี และโยฮัน ครัฟฟ์ ในฐานะโค้ช คุณจำเป็นต้องเรียนรู้รายละเอียดใหม่ๆ เพื่อเอามาปรับใช้ในงานของคุณเสมอๆ ถ้าคุณไม่ได้เป็นพวกซื่อบื้ออ่ะนะ

คุณติดตามเรื่องงานโค้ชอย่างไรหลังจากอำลาทีมเมื่อปี 2013?

ผมต้องยอมรับว่าผมยุติอาชีพโค้ชไปแล้วเมื่อปี 2013 หลังจากตอนนั้น ผมก็แค่ติดตามฟุตบอลในฐานะแฟนบอล แน่นอนว่ามันก็มีบางครั้งที่ผมคิดว่า ทีมนี้ทักษะดีมาก หรือไม่ก็แบบ ผมจะไม่เปลี่ยนตัวแบบนั้นในตอนนี้ ถ้าคุณทำงานโค้ชมานานพอสมควร คุณจะมีความรู้สึกแบบนี้ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง คุณจะเห็นวิธีการเคลื่อนที่ของนักเตะ เห็นว่านักเตะเหนื่อยแล้วหรือยังมีแรงอยู่ บางครั้งก็คิดว่า โค้ชคนนี้ทำงานได้ดีนะ เลือกซื้อนักเตะได้ดี สร้างทีมขึ้นมาได้ดี มีแผนที่ชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับทีมที่ไม่ได้มีรากฐานที่ดีนัก คุณจะได้เห็นลายเซ็นของโค้ชแต่ละคนอย่างชัดเจนเลยล่ะ ผมก็ติดนิสัยแบบนั้นแหละ แต่โดยทั่วๆ ไปแล้ว ผมถอยออกมาแล้ว ปล่อยตัวให้เพลิดเพลินไปกับฟุตบอล บางครั้งผมก็ต้องบอกตัวเองว่า นายควรจะต้องอยู่นิ่งๆ อย่างนั้นแล้วหลับไปสักชั่วโมงนะ (หัวเราะ)

อูลี เฮอเนส เคยบอกว่า คุณเป็นคนที่ผสมผสานระหว่างการจัดการด้านกีฬาแบบสมัยใหม่กับคุณภาพของนักเตะเข้าด้วยกัน แม้กระทั่งในห้องแต่งตัว คุณก็คุมทุกอย่างอยู่ คุณมีเคล็ดลับอะไรไหมสำหรับความสำเร็จ?

ตอนที่อูลี เฮอเนส ถูกถามอะไร เขามักจะมีบางอย่างออกมาเสมอ บ่อยครั้งเลยที่เป็นเรื่องในแง่ดีมากและมักจะเป็นคำตอบที่ดี จากคำพูดของเขา เขาน่าจะหมายถึงวิธีการนำทีมของผม วิธีการสร้างทีม แผนการทำงานที่ผมมี รวมถึงวิธีการที่ผมทำงานร่วมกับทีมในระหว่างฝึกซ้อม ทุกอย่างเป็นเรื่องสำคัญในวันนี้เพื่อจะได้เล่นฟุตบอลให้ดี แต่เขาน่าจะหมายความความเป็นผู้นำของผมในทีมเป็นพิเศษนะ ผมคิดว่าอย่างนั้น

หลักการของคุณเป็นอย่างไร?

โค้ชก็มีด้วยกันหลายแบบ มันขึ้นอยู่กับนิสัยของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการกับคน สิ่งสำคัญคือการเคารพนักเตะและทีมงานทุกคน สำหรับผม ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะผิวสีใด ศาสนาไหน หรืออยู่ในสถานะใด คุณต้องเปิดกว้างและจริงใจ ตรงไปตรงมากับนักเตะและสร้างความเชื่อใจขึ้นมา ผมคิดว่าจุดแข็งที่สุดของผมคือการที่ผมเชื่อมั่นในนักเตะ ทำให้นักเตะเชื่อมั่นผมเช่นกัน แล้วคุณก็จะได้พบพื้นฐานที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ มันทำให้คุณได้รับความเชื่อถือไปโดยธรรมชาติ ไม่ใช่ว่ามาจากตำแหน่งโค้ชของคุณ

เราคุยกันไปแล้วถึงจุดเริ่มต้นอาชีพโค้ชของคุณเมื่อปี 1979 ผ่านมา 39 ปี งานโค้ชและธุรกิจฟุตบอลมีการพัฒนาไปอย่างมหาศาล ยกตัวอย่างเช่นสถิติที่มีบทบาทสำคัญมากในทุกวันนี้ คุณคิดอย่างไรกับการพัฒนาเหล่านี้?

คุณยัดข้อมูลไปให้พวกนักเตะไม่ได้หรอก คุณต้องหานัยสำคัญของมัน โดยทั่วๆ ไปแล้ว ผมคิดว่าพวกเครื่องมือสมัยใหม่เป็นเรื่องดีนะ เพราะมันช่วยบอกใบ้อะไรคุณได้หลายอย่างมาก มันก็เป็นของมันอย่างนั้น และผมไม่ได้รู้สึกว่าแก่เกินสำหรับเรื่องแบบนี้ ตรงกันข้ามเลยคือผมมีประสบการณ์ที่มันช่วยให้ผมรู้ได้ว่าใครทำผลงานได้ดี หลายครั้งทีเดียวที่การประเมินของผมมาจากข้อมูลที่ผมได้จากโค้ชฟิตเนสหรือนักวิทยาศาสตร์การกีฬาของเรา

แล้วถ้าเป็นเรื่องการวิเคราะห์ด้วยวิดีโอล่ะ?

มันเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการวิเคราะห์เกมและคู่แข่งเพื่อเตรียมแผนการเล่นสำหรับทุกวันนี้ เรามีการรวบรวมวิดีโอเอาไว้มากมายเพื่อการวิเคราะห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของฝั่งตรงข้าม ที่สำคัญคือการวิเคราะห์เกมด้วยวิดีโอ ประกอบกับคำวิจารณ์ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบของผม สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก มันยอดเยี่ยมและทำให้หลายอย่างง่ายกว่าเมื่อก่อน มันช่วยให้คุณเข้าใจอะไรได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่ทำให้เห็นภาพขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึงในระหว่างฝึกซ้อมด้วย ที่คุณต้องเอามาใช้

การทำงานของคุณในสนามนับตั้งแต่กลับมาอยู่กับบาเยิร์นทำให้นักเตะหลายคนเล่นดีขึ้น เช่นคิงส์ลีย์ โกม็อง เป็นตัวอย่างที่คุณบอกเขาให้เงยหน้าให้บ่อยขึ้น ก่อนเปิดบอล

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ผมประสบมาด้วยตัวเองนะ รวมถึงจากอาจารย์และเพื่อนของผมอย่าง Hennes Weisweiler ด้วย Hennes เป็นโค้ชที่สุดโต่งมาก สุดโต่งในความหมายที่ว่าเขาชอบลงรายละเอียด เขาฝึกซ้อมเราตั้งแต่เรื่องยิง เรื่องโหม่ง เรื่องการจ่ายบอล และอื่นๆ อีกมากมาย ผมก็ทำแบบนั้นกับพวกนักเตะที่เก่งมากๆ ในบาเยิร์น มิวนิค คุณจำเป็นต้องมั่นใจเสมอเวลาได้บอล นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณต้องพยายามฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เหมือนนักกีฬาเทนนิสที่เสิร์ฟลูก 500 ครั้งต่อสัปดาห์ก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ในเกมฟุตบอล คุณต้องฝึกซ้อมหลายอย่าง ทั้งการยืนตำแหน่ง การจ่ายบอล รูปแบบเกมรุก การเปิดบอล จังหวะเวลาอยู่หน้าประตู

ผมเล่าให้คุณฟังได้เรื่องหนึ่งนะ Simon Rolfes ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เคยบอกผมว่า ‘คุณเป็นโค้ชที่ดีที่สุดของผม เพราะคุณคอยแก้ไขให้พวกเรา คุณพูดได้อย่างชัดเจนว่าผมครองบอลได้ถูกต้องไหม อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องรึเปล่า รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย’ มันเป็นศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการเป็นโค้ชที่จะสังเกตเห็นข้อผิดพลาดและแก้ไขมัน

เวลาพูดถึงการจ่ายบอลและยืนตำแหน่ง เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะเคร่งครัดกับเรื่องพวกนี้มาก ขณะที่คาร์โล อันเชล็อตติ จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในเกมรุกได้มีอิสระมากกว่า คุณพยายามจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนี้ใช่ไหม?

ผมคิดว่าผู้เล่นในเกมที่ว่าด้วยการยืนตำแหน่งแบบนี้ ทุกคนต้องรู้ว่าพวกเขาต้องทำอะไรและนำไปสู่อะไร ทุกวันนี้คุณจะสังเกตได้ว่านักเตะสักคนเป็นนักเตะชั้นยอดหรือไม่จากวิธีการเคลื่อนที่ของพวกเขา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าเขาจะเคลื่อนที่ได้เหมาะสมกับเกมรุกหรือไม่ เขายึดครองพื้นที่ที่ถูกต้องรึเปล่า เขาหาตำแหน่งที่เพื่อนจ่ายบอลให้เขาได้หรือหลุดตำแหน่งไป การยืนตำแหน่งจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อทีมต้องพยายามมองหาการจ่ายบอลในแนวลึก ไม่ใช่แค่ถ่ายบอลไปมาด้านข้าง แต่ต้องมีการเปลี่ยนจังหวะเกมหรือจ่ายบอลไปข้างหน้าด้วย เพื่อทำแบบนั้น แน่นอนว่าคุณจำเป็นต้องมีนักเตะที่ทำอะไรแบบนี้ได้ และใช้แนวทางเหล่่านี้ไปสู่การทำประตู เราได้เทรเบิลแชมป์เมื่อปี 2013 เพราะเรามีส่วนผสมที่เหมาะสม ระหว่างการยืนตำแหน่งที่ดี, ความสามารถในการทะลุทะลวง หรือบางครั้งเราก็แค่โยนบอลเข้าไปลึกๆ เพราะบางทีการเล่นแบบง่ายๆ ก็ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด

คุณถูกยกย่องให้เป็นโค้ชผู้สร้างปาฏิหาริย์ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?

ผมว่าเราประสบความสำเร็จตั้งแต่ที่ผมกับปีเตอร์ เฮอร์มันน์มาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลง่ายๆ อย่างแรกเลย เราถูกสโมสรที่ใหญ่มากๆ จ้างมาทำงาน เรามีนักเตะที่ดีมากๆ เรามีทีมโค้ชที่อยู่ในระดับสุดยอด สต๊าฟฟ์ทุกคนทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นคือความสำเร็จที่เกิดจากความมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ผมไม่คิดว่ามันเป็นผลงานของผมคนเดียวหรอก ผมมีประสบการณ์มาแล้วมากมาย ผมได้เห็นชีวิตมาแล้ว โดยเฉพาะชีวิตมืออาชีพในความเป็นจริง มันมีขึ้นมีลง มีความสำเร็จและความล้มเหลว ตอนที่ผมเข้ารับทำงานที่ดีเมื่อต้นเดือนตุลาคม ผมเชื่อว่าเราสมควรประสบความสำเร็จ เพราะผมรู้จักพวกนักเตะ รู้จักทีม รู้จักทีมงานโค้ช รวมถึงความเป็นผู้นำของผมเป็นอย่างดี แต่งานของเรายังไม่จบ

เป้าหมายที่คุณวางไว้คืออะไร?

เราอยากเป็นแชมป์บุนเดสลีกา ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็น เราอยากจะประสบความสำเร็จในเดเอฟเบ โพคาล และในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วย แน่นอนว่าในแชมเปี้ยนส์ลีก มันจะต้องเป็นงานที่ยากมาก เพราะมีแต่ทีมชั้นนำซึ่งมีการลงทุนที่สูงขึ้นมากในตลาดนักเตะ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงยากขึ้นกว่าเดิมสำหรับทีมจากบุนเดสลีกา รวมถึงสำหรับบาเยิร์น มิวนิค ที่จะประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติอย่างที่บาเยิร์นเคยทำได้ในประวัติศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สโมสรเก่าของคุณอย่างเรอัล มาดริด ที่ได้แชมเปี้ยนส์ลีกสองสมัยติดต่อกันกำลังมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่น คุณมองสถานการณ์นี้อย่างไร?

ในวงการฟุตบอลก็มีวงจรของมัน เรอัล มาดริด ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ ก่อนหน้านั้นก็เป็นบาร์เซโลนาอยู่นานพอสมควร บาเยิร์น มิวนิค ทำได้ในปี 2013 รวมถึงอีกหลายปีก่อนหน้านั้น มันก็เป็นช่วงๆ แบบนี้เสมอ ในตอนนี้มีการพูดกันว่าพรีเมียร์ลีกดีที่สุด มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะ แต่ทีมจากอังกฤษต้องพิสูจน์ให้เห็นในรอบน็อคเอาท์ของแชมเปี้ยนส์ลีกเสียก่อน

เรากลับมาพูดกันถึงจุดอ่อนของเรอัล มาดริด ดีกว่า

ในความเห็นของผม การที่มาดริดมีตกต่ำในลีกในเวลานี้เป็นเรื่องที่ปกติมาก หลังจากที่คุณคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้วสองสมัยรวมถึงแชมป์สเปนด้วย นอกจากนี้ เรอัล มาดริด ยังเสียนักเตะที่ดีมากๆ ไปถึงสามคนในช่วงซัมเมอร์ คือ อัลบาโร โมราต้า, เปเป้ และฮาเมส โรดริเกวซ บางทีอาจจะเพื่อประหยัดเรื่องเงินเดือน แถมพวกเขายังไม่ได้ซื้อนักเตะบิ๊กเนมเข้ามา และคิดว่าพวกดาวรุ่งจะรับมือกับตรงนี้ได้ แต่มันไม่ได้หรอก คุณต้องมีส่วนผสมที่ดีระหว่างแข้งหนุ่มกับแข้งเก๋า มีทั้งนักเตะที่มากประสบการณ์และนักเตะที่กระหายความสำเร็จ อย่างไรก็ดี เราต้องอย่ากาชื่อเรอัล มาดริด ทิ้งจากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขามีประสบการณ์มากกว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมง มากกว่ามาก ผมเชื่อด้วยว่าเรอัล มาดริดจะไปได้ไกลกว่า พวกเขาเป็นทีมที่ดีในระดับนานาชาติ ตอนที่ผมคุม เรอัล มาดริด กลับมาคว้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้งเมื่อปี 1998 หลังจากผ่านไป 32 ปี เราจบอันดับที่ 4 ในลีก ดังนั้น ผมรู้ดีจากประสบการณ์ของผมเองว่า เราไม่มีทางประมาทเรอัล มาดริด ได้เลย