เว็บ M8BET “พ่อหลวง” เสด็จสู่ฟากฟ้า… สถิต ณ กลางใจช้างศึก

เว็บ M8BET

ประมวลทุกเหตุการณ์ ช้างศึกทัพหลัง รวมพลังใจถวายความภักดี ช้างศึกทัพหน้า ประกาศศักดาบนพื้นหญ้า สู้อย่างเต็มภาคภูมิ… ต่างที่มาแต่จุดหมายเดียวกัน เพื่อ “พ่อหลวงของปวงไทย”

เว็บ M8BET … 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทย ภายหลังเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้เป็นศูนย์รวมใจ ตลอดการครองราชย์ 70 ปี ยังความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดไม่ได้ สู่พี่น้องชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

และเมื่อถึงคราสำคัญที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ต้องรบทัพกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 3 ในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 เราจึงได้เห็นพลังจากปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมใจแสดงสัญลักษณ์ เพื่อร่วมถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้า รัชกาลที่ 9 ให้ชาวโลกได้ประจักษ์

โกล ประเทศไทย ขอทุกประมวลเหตุการณ์ตลอด 1 วัน ที่จะอยู่ในความทรงจำแฟนบอลไทย ไปอีกนานแสนนาน พลังที่เกิดจากความรักและศรัทธา พลังที่เกิดจากความจงรักภักดี พลังใจที่ “ลูกๆ” จากบนพื้นดิน ขอส่งขึ้นไปยังสรวงสวรรค์ถึง “พ่อหลวง”

ตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงเป็นต้นมา เริ่มมีแฟนบอลไทย ทยอยเดินทางมายังสนามราชมังคลากีฬาสถาน สังเวียนแข่งฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกของทีมชาติไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงา ไม่มีบูธขายสินค้า ไร้ซึ่งกิจกรรมบันเทิงใดๆ รวมถึงไม่มีการโห่ร้องเพลงรอบสนามก่อนเกม

แฟนฟุตบอลไทย มาในชุดแข่งขันสีน้ำเงิน และสีดำ รวมถึงเสื้อสีดำที่มีข้อความแสดงถึงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อ พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บางส่วนก็ได้นำเอาพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านมาด้วย

ทั้งนี้ แฟนบอลได้ให้ความร่วมกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นอย่างดี ปฏิบัติตามข้อแนะนำ ทั้ง 4 ข้อ ประกอบด้วย เรื่องการแต่งกาย, งดอุปกรณ์การเชียร์, งดแสดงสัญลักษณ์กลุ่มกองเชียร์ และป้าย, และงดร้องเพลง กิจกรรมรื่นเริง ภายในและนอกสนาม

เวลา 16.30 น. คณะนักฟุตบอล สตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติไทย เดินทางมาถึงยัง สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน นำนักกีฬามาไหว้ศาลพระภูมิหน้าสนามแข่งขัน เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเกม สีหน้าแววตาของช้างศึกทัพหน้าทุกคน ดูมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก สำหรับนัดนี้

เวลา 17.00น. ได้มีการเปิดประตูทุกโซนให้แฟนฟุตบอลได้เข้าชม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หลายคนมายืนรอนานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อโอกาสในการเข้าไปจับจองพื้นที่ด้านในสนาม ขณะที่ แกนนำเชียร์จาก 4 กลุ่มหลักรอบสนาม ได้ประกาศเชิญชวนแฟนบอลชาวไทย มาร่วมทำกิจกรรม จุดเทียนแปรอักษรเป็นเลข ๙ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บริเวณหน้าสนาม ในเวลา 18.00น.ต่อไป

เช่นเดียวกับ คณะ นักฟุตบอล สตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติออสเตรเลีย ได้มาถึงสนามราชมังฯ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น โดยแฟนบอลไทยบางส่วนที่ผ่านการตรวจบัตร ได้ยืนอยู่ในขอบรั้วกั้น ปรบมือต้อนรับอะคันตุกะจากต่างแดนอย่างเป็นมิตร โดยที่นักกีฬาและโค้ชของทั้ง 2 ทีม จะสวมปลอกแขนดำร่วมไว้อาลัยในเกมนัดนี้

เวลา 18.00น. กองเชียร์ทีมชาติไทยทุกกลุ่ม นำโดย 4 กลุ่มหลักรอบสนาม Ultras Thailand, Hardcore Thailand, Cheerthai Power และ South curve Unit Thailand รวมถึงแฟนบอลชาวไทยทั่วไป ต่างพร้อมใจกัน แปรอักษรเป็นเลข ๙ โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม และยืนล้อมรอบวงแปรอักษรมนุษย์เป็นเลข ๙

การแสดงพลังครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน ดูแล และความอำนวยสะดวกจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

สำหรับช่วงพิธีการ เริ่มจากร่วมร้องเพลงชาติไทย และจุดเทียนชัย รอบวงเลข ๙ ต่อด้วย การร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และปิดท้ายด้วยการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางแฟนบอลหลายพันคน เต็มพื้นที่บริเวณลาน ก่อนทางขึ้นสนามราชมังคลากีฬาสถาน

เวลาเดียวกัน นักกีฬาทีมชาติไทย ได้จัดขบวนเดินลงสู่สนาม โดยก่อนการอบอุ่นร่างกาย ได้มีการแปรอักษรเป็นเลข ๙ เช่นเดียวกัน สร้างความประทับใจให้กับเหล่าแฟนบอลในสนาม สำหรับเกมการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นภายในอีก 1 ชั่วโมงต่อจากนี้

ก่อนเกมการแข่งขันเริ่มขึ้น ได้มีการเปิดเพลง สรรเสริญพระบารมี ภายในสนาม ตามด้วยเพลงชาติของทั้งสองประเทศ และการยืนสงบนิ่งบริเวณกลางสนาม เพื่อถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับ ทีมชาติไทย นัดนี้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ช เปลี่ยนแปลงทั้งผู้เล่นและระบบ มาใช้แผน 3-5-2 วาง อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ประทุม ชูทอง เป็นกองหลัง และใช้ สิโรจน์ ฉัตรทอง กับ ธีรศิลป์ แดงดา เป็นคู่กองหน้า

ออสเตรเลีย ขึ้นนำไทยอย่างรวดเร็ว 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 8 เมื่อ ประทุม ชูทอง ถูกจับฟาวล์จังหวะบล็อกลูกยิงของ อารอน มอย บอลไปโดนช่วงแขนพอดี ก่อนที่ ไมล์ ยาดินัค กัปตันทีมสังหารไม่พลาด

บรรยากาศการเชียร์ที่ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ กลับสร้างพลังจากการพร้อมใจปรบมือ ตะโกนคำว่า “ไทยแลนด์” กึกก้องสนามราชมังคลากีฬาสถาน สร้างความกดดันให้กับทีมเยือนไม่น้อย จนทำบอลเสียเองหลายจังหวะ

ไทยเริ่มประติดประต่อรูปเกมได้ดีขึ้น และมีโอกาสบุกเข้าใส่ ออสซี่ อยู่บ้าง จนมาตีเสมอ 1-1 จากการจ่ายของ ทริสตอง โด มาให้ ธีรศิลป์ แดงดา ตามเก็บตกลูกยิงจังหวะแรกของตัวเอง ซัดหนีมือ แมธธิว ไรอัน นายด่านออสเตรเลีย ไปอย่างสวยงาม ในนาทีที่ 20 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

ครึ่งหลัง แฟนบอลไทย เฮลั่นสนาม เมื่อได้ประตูนำ 2-1 แมธธิว เลกกี้ ทำฟาวล์ ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมชาติไทย ในนาทีที่ 56 และ ธีรศิลป์ แดงดา ขออาสายิงไม่พลาดเป้า นับเป็นประตูที่ 3 ที่เจ้าตัวยิงได้ในการพบกับ ออสเตรเลีย

ช้างศึกทัพหน้าเล่นด้วยความมั่นใจ ส่วนช้างศึกทัพหลัง ก็ส่งเสียงเชียร์ไม่มีหยุด น่าเสียดายที่มาถูกตีเสมอ 2-2 จากจุดโทษของ ไมล์ ยาดินัค อีกครั้ง

หมดเวลาแข่งขัน ทีมชาติไทย เสมอ ทีมชาติออสเตรเลีย 2-2 คว้าคะแนนแรก จาก 5 เกมในรอบ 12 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ พร้อมกับเสียงปรบมือชื่นชมจากแฟนบอลทั่วทั้งสนาม ถึงการต่อสู้อย่างกล้าหาญและเกือบคว้าชัยมาได้

ทันทีที่ ฟาฮัด จาเบอร์ อัล มารี ผู้ตัดสินชาวกาตาร์ เป่านกหวีดยาว หมดเวลาการแข่งขัน ได้มีหยาดฝนโปรยลงมาภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน สร้างความอัศจรรย์ใจแก่แฟนบอล รวมถึงนักฟุตบอล และสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย หลังจากทุกคนได้ต่อสู้เพื่อจุดหมายเดียวกัน คือนั่น “สู้เพื่อพ่อหลวง”

หยาดฝนยังคงหล่นลงมา เป็นดั่งประจักษ์พยานถึงความตั้งใจจริงของเหล่าช้างศึกไทย นักเตะและสตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติไทย ได้เดินขอบคุณแฟนบอลจนครบรอบสนาม ท่ามกลางหยาดฝนที่ยังคงโปรยลงมา ก่อนเดินเข้าสู่ห้องพักนักกีฬา และสายฝนเหล่านั้น ก็ได้หยุดลงไป นำมาซึ่งความปลาบปลื้มใจของเหล่ากองเชียร์ไทย ที่อยู่ภายในสนามแข่งขันครั้งนี้

โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ให้สัมภาษณ์ในห้องแถลงข่าวว่า เขาภูมิใจกับผลงานของทีมในนัดนี้ และพูดถึงเหตุการณ์ฝนจากฟ้าโปรยลงมาหลังจบเกมครั้งนี้ว่า

“เรารู้ว่าออสเตรเลีย แข็งแกร่ง เด็กทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไร สายฝนหล่นลงมาหลังเกมจบ หนึ่งแต้มนัดนี้เราอยากทำให้ พระองค์ท่านทอดพระเนตรบนสรวงสวรรค์”