SBO อดีตหัวหน้าเปาผู้ดีชี้เวงเกอร์ควรถูกแบน 6 นัดเป็นอย่างน้อย

SBO

อดีตหัวหน้าผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกเห็นว่าการผลักผู้ตัดสินที่ 4 ของกุนซืออาร์เซนอลควรมีผลให้เขาถูกแบนยาว และควรใช้โทษห้ามสื่อสารกับทีมอย่างที่ยูฟ่าใช้ด้วย

SBO คีธ แฮ็กเก็ตต์ อดีตหัวหน้าผู้ตัดสินของพรีเมียร์ ลีก ชี้ว่าอาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ควรจะได้รับโทษห้ามคุมทีมข้างสนามอย่างน้อย 6 เกมจากกรณีที่ นายใหญ่ชาวฝรั่งเศสไปพลักใส่ แอนโทนี เทย์เลอร์ ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 4 ในเกมที่ไอ้ปืนใหญ่เฉือนชนะเบิร์นลีย์ 2-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากจังหวะที่ แอชลีย์ บาร์นส์ โดน ฟรานซิส โกเกอแล็ง เจตนาทำฟาล์วในกรอบเขตโทษ ส่งผลให้ผู้ตัดสินในสนามอย่าง จอห์น มอสส์ เป่าเป็นลูกโทษทันที ซึ่งกุนซือเลือดน้ำหอมไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน พร้อมกับออกอาการโมโหและไปพลักใส่ แอนโทนี เทเลอร์ หลังเข้าไปขอคำอธิบาย จนถูกไล่เข้าไปในอุโมงค์

จากกรณีที่เกิดขึ้นอาจทำให้กุนซือวัย 67 ปี โดนบทลงโทษย้อนหลัง ซึ่งอดีตเชิ้ตดำลีกผู้ดีมีความเห็นว่ายูฟ่าควรจะแบนอย่างน้อย 6 นัดและควรจะเพิ่มบทลงโทษมากกว่านี้ด้วย

“สิ่งที่ผมอยากเห็นคือการแบนอย่างน้อย 6 นัด แต่มันก็ควรจะมีบทลงโทษที่มากกว่าการถูกไล่ออกไปจากข้างสนาม” แฮ็กเก็ตต์ กล่าวผ่าน The Daily Telegraph

“แทนที่ผมจะเห็นเวงเกอร์โดนห้ามไม่ให้ติดต่อกับทีมของเขาในสนามเหมือนเดิมตามกฏของยูฟ่าที่กำหนดไว้ แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าจะมีผลมากกว่าที่ผู้จัดการทีมจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทางเทคนิค”

“ภายใต้กฎของยูฟ่า คุณต้องนั่งอยู่กับผู้ช่วยและจะไม่สามารถติดต่อกับนักเตะหรือสต๊าฟฟ์โค้ชแม้แต่ครั้งเดียว คุณจะไม่มีอำนาจในตอนนั้น แม้ผู้จัดการทีมมักจะเกลียดมัน แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพ

SBO บาร์ซาดุบุกถลุงกิฆอนยับ 5-0

SBO

แม้จะขาด ลิโอเนล เมสซี ที่พักรักษาตัวจากปัญหาบาดเจ็บอยู่ แต่เกมรุกของทัพอาซูลกรานาก็ยังดุดัน หลังบุกไปถล่มสปอร์ติ้ง กิฆอนแบบขาดลอย

SBO อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ ผลงานนัดล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ไม่ค่อยดีนักหลังบุกไปแพ้เซลต้า บีโก้ 1-2 โดยตัดสินใจจัดทัพมาในระบบ 4-5-1 วาง ดูเย ค็อป ดาวยิงชาวโครแอตยืนเป็นหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับ มอย โกเมซ, บิคตอร์ โรดริเกวซ และ บูร์กี

ด้านทีมเยือนของของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ขาดตัวหลักเพียงแค่ ลิโอเนล เมสซี ซึ่งบาดเจ็บจากเกมกลางสัปดาห์ที่เสมอแอตเลติโก มาดริด 1-1 เท่านั้น โดยตัดสินใจเลือกใช้ ราฟินญา อัลคันทารา รวมถึง อาร์ด้า ตูราน ประสานงานในแนวรุกร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์

เริ่มเกมมาเป็นบาร์เซโลนาที่ครองบอลบุกตามสไตล์ถนัด จนกระทั่งนาทีที่ 29 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ อาร์ด้า ตูราน เบิ้ลบอลยาวจากกลางสนามให้ ซัวเรซ หลุดเดี่ยวไปแตะหลบ ปิชู กูเอยาร์ นายด่านของกิฆอน ก่อนจะลากแปด้วยขวาโล่งๆเข้าไป ส่งให้ทัพอาซูลกรานาบุกนำ 1-0

ถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ทีมเยือนก็มาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ เซร์กี้ โรแบร์โต้ ล้มตัวเปิดบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้ากลางให้ ราฟินญา พุ่งโหม่งจ่อๆเข้าไปไม่เหลือซาก ช่วยให้แชมป์เก่าบุกมานำห่างเป็น 2-0 และจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังก็ยังเป็นบาร์ซาที่รูปเกมเหนือกว่ามาก แถมยังมาได้เปรียบตัวผู้เล่นด้วย เมื่อแบ็คซ้ายของกิฆอนอย่าง อัลแบร์โต้ ลอรา ไปทำฟาวล์ใส่ เซร์กี้ โรแบร์โต้ จนโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกไป ในนาทีที่ 74

เมื่อมีผู้เล่นมากว่า เกมก็ตกเป็นของทีมเยือนโดยปริยาย และมาได้ประตูที่สาม ในนาทีที่ 81 จากจังหวะที่ เซร์กี้ โรแบร์โต้ เปิดบอลจากกราบขวาเข้าเขตโทษให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ แปด้วยขวาระยะเผาขนไปชนคานกระดอนมาเข้าทางของ เนย์มาร์ พักอกด้วยยิงด้วยขวาง่ายๆเข้าไป ส่งให้ทัพอาซูลกรานาหนีห่างเป็น 3-0

ต่อมานาทีที่ 85 แชมป์เก่ามาบวกลูกสี่เพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ เซร์กี้ โรแบร์โต้ เจ้าเก่า ครอสบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลางให้ อาร์ด้า ตูราน เทกตัวโขกเหน่งๆแบบไร้ตัวประกบเข้าไป ช่วยให้บาร์ซานำห่างถึง 4-0

เท่านั้นไม่พอ เมื่อในนาทีที่ 88 ทัพอาซูลกรานามาได้ประตูที่ห้าปิดกล่อง จากจังหวะที่ เดนิส ซัวเรซ จ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ เนย์มาร์ หลุดไปแปด้วยซ้ายจ่อๆตุงตาข่าย เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ก่อนที่สุดท้ายจะจบเกมเป็นบาร์เซโลนาที่บุกมาถล่มเอาชนะไปแบบสบายๆถึง 5-0